ปุ๋ยหมักชีวภาพ

ทำความรู้จักกับปุ๋ยหมักชีวภาพ มีอะไรบ้าง และมีลักษณะอย่างไร?

สำหรับใครที่ทำการเกษตรเชื่อได้เลยว่าจะต้องรู้จักกับปุ๋ยหมักชีวภาพกันเป็นอย่างดีแน่นอน เนื่องจากปุ๋ยหมักชีวภาพจะสามารถทำได้ด้วยตัวเอง อีกทั้งยังมีความปลอดภัยต่อการใช้งานอีกด้วย โดยปุ๋ยหมักชีวภาพ คือ ปุ๋ยอินทรีย์ที่ผ่านกระบวนการหมักกับน้ำสกัดชีวภาพ บวกกับมูลสัตว์ แกลบดำ อินทรียวัตถุประเภทอื่น ๆ อย่างเช่น ชานอ้อย ขี้เลื่อย เปลือกถั่วลิสง ขุยมะพร้าว เป็นต้น อีกทั้งยังมีอื่น ๆ อีกมากมายที่จำเป็นต้องใช้หมักรวมกัน สำหรับประโยชน์ของน้ำหนักชีวภาพนั้น จะช่วยในเรื่องของการบำรุงดิน และยังย่อยสลายอินทรียวัตถุให้เป็นอาหารแก่ดินได้อีกด้วย จึงเรียกได้ว่าเป็นปุ๋ยที่มีประโยชน์อย่างมาก

ทำความรู้จักกับลักษณะของปุ๋ยหมักประเภทต่าง ๆ 

1. ปุ๋ยหมักค้างปี : สำหรับปุ๋ยหมักแบบค้างปีโดยส่วนใหญ่แล้ว จะใช้เป็นเศษพืชเพียงอย่างเดียว และนำเศษพืชเหล่านั้นมาหมักทิ้งเอาไว้เป็นปี เพียงเท่านี้ก็สามารถนำมาใช้งานได้โดยไม่ต้องดูแลรักษาเท่าไหร่นัก

2. ปุ๋ยหมักธรรมดาใช้มูลสัตว์ : สำหรับปุ๋ยหมักประเภทนี้จะมีการใช้เศษพืชและมูลสัตว์ในอัตรา 100:10 และหากเป็นเศษพืชที่มีชิ้นส่วนเล็กจะสามารถนำเศษเหล่านั้นมาผสมได้เลย แต่หากเป็นเศษพืชชิ้นใหญ่ จะต้องนำมากองเป็นชั้น ๆ เสียก่อน แต่จะชั้นจะต้องประกอบไปด้วยเศษพืชที่ย่ำและรดน้ำสูงประมาณ 30-40 เซนติเมตร หลังจากนั้นให้โรยด้วยมูลสัตว์ โดยปุ๋ยหมักประเภทนี้จะต้องใช้ระยะเวลาในการหมักประมาณ 6-8 เดือนเท่านั้น

3. ปุ๋ยหมักธรรมดาใช้จุลินทรีย์เร่ง : สำหรับปุ๋ยหมักประเภทนี้จะได้รับความนิยมค่อนข้างสูงเลยทีเดียว เพราะจะใช้ระยะเวลาในการหมักสั้นกว่าประเภทอื่น ๆ โดยจะมีการใช้เชื้อจุลินทรีย์เร่งการย่อยสลายของเศษพืชและมูลสัตว์ จึงช่วยให้สามารถทำการหมักปุ๋ยได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น สามารถนำไปใช้ได้อย่างทันท่วงทีในทุกฤดูกาล

4. ปุ๋ยหมักต่อเชื้อ : สำหรับปุ๋ยหมักต่อเชื้อจะเป็นการหมักปุ๋ยแบบธรรมดา โดยใช้จุลินทรีย์เร่งจำนวน 1,000 กิโลกรัม และจะนำไปต่อเชื้อการทำปุ๋ยหมักอีก 1,000 กิโลกรัม ซึ่งการต่อเชื้อในลักษณะนี้จะสามารถทำต่อได้เพียงแค่ 3 ครั้งเท่านั้น และจะใช้เวลาหมักประมาณ 30-60 วันด้วยกัน 

ต้องบอกเลยว่าการใช้ปุ๋ยหมักเหล่านี้จะได้รับความนิยมในการทำการเกษตรเป็นอย่างมาก เพราะปุ๋ยหมักมาพร้อมกับประโยชน์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การช่วยทำให้โครงสร้างของดินสามารถซึมซับน้ำได้ดียิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มการดูดซับแร่ธาตุอาหาร และลดความเป็นพิษของธาตุบางชนิด พร้อมทั้งยังมากับประโยชน์อีกมากมาย ที่รับรองได้เลยว่าจะเป็นผลดีต่อการเกษตรอย่างแน่นอน